
สวัสดีผู้ปกครองทุกท่านค่ะ วันนี้ทางก้านใบ คลินิกพัฒนาการเด็กลพบุรี ได้นำสาระดี ๆ จากหนังสือเรื่อง กฎการเลี้ยงลูกแบบนักวิทยาศาสตร์สมอง ที่ลูกอยากให้คุณรู้ก่อนอายุ 5 ขวบ ซึ่งเขียนโดยคุณจอห์น เมดินา นักชีววิทยาด้านพันธุกรรมและศาสตราจารย์สาขาวิศกรรมชีวภาพของโรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน หนังสือเล่มนี้ได้ถ่ายทอดประเด็นการส่งเสริมพัฒนาการทางสมองของเด็กไว้อย่างน่าสนใจหลายประเด็นด้วยกันค่ะ
เรามาเริ่มกันที่ การส่งเสริมพัฒนาการทางสมองในช่วงที่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์ อย่างที่ทราบกันว่าพัฒนาการของสมองนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ของแม่ เด็กจะมีการพัฒนาในเรื่องชองประสาทสัมผัสต่าง ๆ ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทและอวัยวะที่ใช้ในการับสัมผัส เช่น ตา หู จมูก เพื่อทำให้เด็กสามารถมองเห็น ได้ยิน และได้กลิ่น ซึ่งจะมีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเด็กคลอดออกมา ดังนั้นในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์แนะนำผู้ปกครองช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยผ่าน 4 พฤติกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยพัฒนาสมองของเด็กก่อนคลอดได้ อย่างแรกคือ การกินให้พอเหมาะ ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป “ควรเลือกกินอาหารที่อยู่ตรงกลางระหว่างสิ่งที่คนท้องอยากกินและสิ่งที่คนท้องควรกินเพื่อพัฒนาการที่ดีที่สุดของสมองเด็กในท้อง” อย่างที่สองคือ การกินอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะอาหารที่มีกรดโฟลิก พบได้ในผักสดใบเขียว เช่น คะน้า กะหล่ำปลี และกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาทะเล ปลาทู ไข่แดง อย่างไรก็ตามควรกินในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ อย่างที่สามคือ การออกกำลังกายให้พอดี เพราะจะช่วยให้ร่างกายของคุณแม่แข็งแรงคลอดลูกได้ง่าย อย่างที่สี่คือ การไม่เครียดมากเกินไป ความเครียดที่ดีนั้นทำให้ร่างกายตื่นตัว แต่ความเครียดในระดับที่มากเกินไปจะส่งผลเสียแก่ลูกน้อยในครรภ์
ประเด็นถัดมาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคือ ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัวและพฤติกรรมของผู้ปกครองที่ตอบสนองในสถานการณ์ต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่เด็กรับรู้ได้และเป็นสิ่งที่เด็กเรียนรู้ในช่วงเวลาหลังลืมตาดูโลก ดังนั้นความขัดแย้งกันในครอบครัว การทะเลาะกันของผู้ปกครองนั้นเป็นอันตรายต่อการพัฒนาระบบประสาทของเด็กวัยแรกเกิดค่ะ โดยได้มีการแนะนำว่าหากเกิดการขัดแย้งขึ้นต่อหน้าของเด็กก็ควรที่จะมีการคืนดีกันต่อหน้าของเด็กด้วยเช่นกัน หากไม่เช่นนั้นเด็กจะเกิดความสับสนในพฤติกรรมของผู้ปกครองได้ค่ะ โดยธรรมชาติของสมองมนุษย์นั้นจะให้ความสำคัญกับการอยู่รอด ซึ่งปัจจัยที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีได้ก็คือ “ความปลอดภัย” นั่นเองค่ะ ดังนั้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย เช่น การอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น คนในบ้านรักใคร่กลมเกลียวมีความเห็นอกเห็นใจมอบให้แก่กัน จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีได้ ดังที่กล่าวว่า “เมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัยก็อยากจะเรียนรู้” อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากความปลอดภัยที่ได้กล่าวไปในข้างต้นแล้วนั้น การเลี้ยงดูที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในระยะแรกของเด็กก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งจะขอกล่าวเป็นประเด็นย่อย ๆ ดังนี้ค่ะ
– ลูกต้องการนมแม่ เนื่องจากในน้ำนมของแม่นั้นมีสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันแก่เด็กในวัยแรกเกิด โดยสามารถป้องกันการติดเชื้อที่หู ทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร
– การพูดคุยกับลูกให้มาก จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดพัฒนาการทางภาษาที่ดีและสมวัย ยิ่งพูดคุยกับเด็กมากเด็กจะมีการเรียนรู้และมีคลังคำศัพท์ที่มากขึ้นไปด้วย ส่งผลให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยต้องเน้นให้เกิดการสื่อสารที่มีการปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในการสื่อสารสองทางค่ะ ไม่แนะนำการสื่อสารทางเดียวหรือการเพิ่มคลังคำศัพท์ผ่านการใช้หน้าจอมือถือ โทรทัศน์ หรือแทบเลต เนื่องจากการสื่อสารสองทางหรือการสื่อสารผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ นั้นจะทำให้เด็กได้เกิดการเรียนภาษากายที่แสดงออกทางสีหน้าท่าทางของคนที่กำลังสื่อสารด้วยได้ดีกว่าค่ะ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กสามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่นได้ดีรวมทั้งมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างเหมาะสมค่ะ โดยจะเป็นการดีกว่าหากงดการดูหน้าจอในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี

– การเปิดโอกาสให้เด็กเล่นอย่างมีอิสระ การเล่นถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญสำหรับเด็กค่ะ เนื่องจากจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว อีกทั้งยังส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้มีความสมวัยทั้งในด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ด้านภาษา ด้านสังคมและการช่วยเหลือตนเอง ในขณะเดียวกันนั้นถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้มีการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้การเล่นที่ส่งเสริมทักษะด้านการยับยั้งชั่งใจเป็นสิ่งที่ได้รับการแนะนำ เนื่องจากจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมทักษะความคิดเชิงบริหารขั้นสูงของสมอง หรือ Executive function นั่นเองค่ะ
– การชื่นชมที่ความพยายาม การชื่นชมนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างที่ผู้ปกครองทุกคนเข้าใจกันดีอยู่แล้วค่ะ แต่จะดียิ่งขึ้นหากเด็กได้รับการชื่นชมจากความพยายามของตัวเด็กเองแทนการชื่นชมที่ความสำเร็จค่ะ เนื่องจากการชื่นชมที่ความสำเร็จ เช่น แม่ภูมิใจในตัวลูกมากครับที่หนูเป็นเด็กฉลาด เป็นการชื่นชมแบบกรอบความคิดตายตัว กล่าวคือเด็กจะมองว่าตนเองมีความฉลาดจึงทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ หากตนเองขาดพรสวรรค์ (ความฉลาด) ก็จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ในทางกลับกันหากชื่นชมที่ความพยายามซึ่งเป็นการชื่นชมแบบกรอบความคิดพัฒนาได้นั้น จะทำให้เด็กมองว่าเพราะตนเองเป็นคนมีความสามารถมีความพยายามจึงทำให้ตนเองผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ เมื่อเด็กเกิดความผิดพลาดเขาจะมองว่าความผิดพลาดเป็นเพียงปัญหาที่ต้องใช้ความพยายามที่มากขึ้นเพื่อที่จะสามารถก้าวผ่านมันไปให้ได้ โดยไม่ได้มองว่าความผิดพลาดคือความล้มเหลว
– การฝึกวินัยด้วยความเด็ดขาดและความรัก เป็นการฝึกวินัยในการทำตามกติกาของการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น เช่น การสร้างข้อตกลงภายในสมาชิกครอบครัว จะทำให้เด็กได้เรียนรู้การทำตามกติกาของสังคมได้ดี ซึ่งหากมีการละเมิดข้อตกลงก็ควรมีการลงโทษที่ชัดเจนและต้องสามารถทำได้จริงเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ในขณะเดียวกันนั้นก็ต้องมีการให้รางวัลเมื่อเด็กสามารถทำตามกติกาของสังคมได้เช่นกัน เพื่อเป็นแสดงถึงความเอาใจใส่ต่อความรู้สึกระหว่างสมาชิกภายในบ้าน
อย่างไรก็ตามนอกจากการเลี้ยงดูที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กจะเป็นสิ่งที่สำคัญต่อตัวเด็กแล้วนั้น การสนับสนุนให้เด็กมีเกิดทักษะในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน อย่างที่เราทราบกันดีว่ามนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม การที่เด็กจะเติบโตมาอย่างมีความสุขได้นั้นต้องอาศัยความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและผู้อื่น เพื่อให้เกิดความรู้สึกมีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งต้องอาศัยทักษะที่หลากหลายและมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้อารมณ์ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการตอบสนองต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้นให้เหมาะสม ดังนั้นผู้ปกครองทุกท่านควรที่จะมีการสังเกตอารมณ์ของเด็กร่วมกับเลือกแสดงออกในการตอบสนองที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้พฤติกรรมได้อย่างเหมาะสมนั่นเองค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับบทความในครั้งนี้ ทางพวกเราก้านใบ คลินิกพัฒนาการเด็กลพบุรี มีความตั้งใจและยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำสาระดี ๆ ที่เป็นประโยชน์มามอบให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กทุกท่านได้เรียนรู้และต่อยอดพัฒนาความรู้ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้เด็กทุกคนมีพัฒนาการที่สมวัย และเติบโตได้อย่างมีความสุข อย่างที่เราได้เรียนรู้กันในวันนี้ค่ะว่า “เด็กคือภาพสะท้อนของคนในครอบครัว”
ก้านใบ คลินิกพัฒนาการเด็ก ลพบุรี
ให้บริการประเมิน ส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการเด็ก
เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน
ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน ทักษะEF
โทร 097-9378319